Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

08.00 - 18.00 น.

วันเสาร์ :

08.30-17.30 น.

วันอาทิตย์ :

08.00-17.00 น.

เราช่วยคุณได้

@sarinchuanteaw

Travel License : 11/09569

UNSEEN  LEH LADAKH

08

Jun

อินเดีย

UNSEEN LEH LADAKH

 

UNSEEN

 LEH LADAKH

 

สักครั้งหนึ่ง ณ เมืองเลห์ ลาดักห์ ดินแดนบนอ้อมกอดหิมาลัย เป็นสวรรค์บนดินที่เรารู้จักกันดีในนาม “ทิเบตน้อยแห่งอินเดีย” (Little Tibet) นั้นเอง เป็นเส้นทางในฝันของนักเดินทางอย่างแท้จริง เลห์ ลาดักห์ เป็นรัฐที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของอินเดีย เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรหิมาลัย เต็มไปด้วยกลิ่นอายความงดงามของวัฒนธรรมแบบทิเบต

 

ความชอบแต่ละฤดูกาล

เลห์หน้าหนาว   ธันวาคม – มีนาคม           หิมะขาว สวย อากาศหนาวมาก

เลห์ใบไม้ผลิ     เมษายน – พฤษภาคม ดอกไม้เริ่มออกดอก อากาศเย็น ยังมีหิมะประปราย

เลห์หน้าร้อน     มิถุนายน – กันยายน         อากาศสบายๆ ต้นไม้สีเขียวขจี

เลห์ใบไม้ร่วง    ตุลาคม –  พฤศจิกายน ต้นไม้เปลี่ยนสีสวยมาก อากาศหนาวๆ กำลังดี

 

พิเศษสุดๆๆ...!!

**เสริมอาหารไทยทุกมื้อ

**นั่ง 4 ท่าน ต่อรถ INNOVA TOYOTA 1 คัน

**พักโรงแรมระดับ ดาว และ ระดับ A ที่เลห์

**หัวหน้าทัวร์ผู้ชำนาญเส้นทาง

**บริการอาหารว่างตลอดการเดินทาง

**ทริปนี้วิวแบบพาโนราม่า ทุกท่านจะได้สนุกสนานกับการถ่ายภาพ

หมายเหตุ: เพื่อป้องกันเกิดอาการแพ้ความสูง ควรรับประทานยาป้องกันโรคแพ้ความสูง

                        หรือ Attitude Sickness ก่อนเดินทาง 2 วัน

 


วันที่ 1 กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)  เมืองเดลี (ประเทศอินเดีย)
04.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4  ประตูทางเข้าที่ 2 สายการบิน Thai Airways (TG) โดยเจ้าหน้าที่ บริษัท คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน 
07.35 น.  เหินฟ้าสู่ เมืองเดลลี (New Delhi) ประเทศอินเดีย (India)โดยสายการบินไทยแอร์เวย์  เที่ยวบิน TG 323 บริการ อาหารกลางวันบนเครื่อง (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
10.35 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี (New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่นผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
จากนั้น นำท่านสู่ สนามบินภายในประเทศอินเดีย // บริการอาหารเช้าที่สนามบิน
13.50 น.  เหินฟ้าสู่ สนามบินศรีนาคา โดยสายการบิน G8  เที่ยวบินที่ G8 199
15.15 น. เดินทางถึง สนามบินศรีนาคา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ 
                ในตอนเช้าของเที่ยวบินจากเมืองเดลี...สูเมืองศรีนาคา ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ท่านสามารถมองลงไปจากมุมด้านบนของเครื่องบิน ท่านจะเห็นยอดเขาหิมาลัยสวยงามตระการตามากๆ
จากนั้น นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมบ้านเรือในทะเลสาบ ในเมืองศรีนาคา ถือกำเนิดจากสมัยที่เจ้าผู้ครองแคว้นแคชเมียร์ยังครองอำนาจกับอังกฤษที่เข้ามาปกครองอินเดีย และไม่อนุญาตให้อังกฤษมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน คนอังกฤษจึงหา                             ทางออกด้วยการสร้างบ้านเรือลอยลำอยู่ในทะเลสาบแทน ทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
บ่าย นำท่านชม สวนชาลิมาร์ (Shalimar Garden) เป็นสวนดอกไม้ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุล ก่อสร้างโดยจักรพรรดิ JEHANGIR เพื่อภรรยา Nur Jehan และเมืองศรีนาคา แคชเมียร์ เป็นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัย                            ของ ราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ ดอกไม้เมืองหนาว จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต 
                 ชมต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี ต้นปอปลาร์ ดอกทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล
ค่ำ             รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรมบ้านเรือ 
                 ที่พัก ณ โรงแรมบ้านเรือ DELUXE HOUSEBOAT หรือเทียบเท่า

                                

วันที่-2 ศรีนาคา – คาร์กิล(Kargil) วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2023 B L D เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมบ้านเรือ 07.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคาร์กิล(Kargil) ระยะทาง 217 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บ่าย เดินทางถึง เมืองคาร์กิล (Kargil) เป็นเมืองชายแดนรอยต่อระหว่างแคชเมียร์และลาดัคห์(อินเดีย)และปากีสถานตั้งอยู่ริมแม่น้ำซูรู ครั้งหนึ่งเมืองนี้เคยเป็นสมรภูมิอันดุเดือด "สงครามคาร์กิล" ระหว่างอินเดียและปากีสถานมีคนตายมากกว่า 5000 คนเมื่อปี 1999 เมืองนี้อยู่ในเขตลาดัคห์แต่มีวัฒนธรรมคล้ายกับเขตบัลติสถานของแคชเมียร์ฝั่งปากีสถาน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม Suru แม่น้ำเป็น 185 กิโลเมตร (115 ไมล์) แม่น้ำยาวที่มีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำแข็ง Panzella ซึ่งตั้งอยู่ที่Pensi Laผ่านใกล้แด Drung ธารน้ำแข็ง Drang Drung Glacier ยังก่อให้เกิดแม่น้ำ Stodซึ่งไหลลงไปในทิศทางตรงกันข้ามจาก Suru แหล่งที่มาของแม่น้ำ Suru อยู่ 142 กิโลเมตร (88 ไมล์) ทางตอนใต้ของเมืองกิลและ 79 กิโลเมตร (49 ไมล์) ทางเหนือจากZanskar ศรีนครินทร์เมืองชัมมูและแคชเมียร์อยู่ห่างออกไป 331 กิโลเมตร (206 ไมล์) ทางทิศตะวันตก Suru แม่น้ำเขตแดนตะวันตกและทางตอนเหนือของเทือกเขา Zanskar ]แม่น้ำไหลไปทางตะวันตกพร้อมกับกิล-Zanaskar ถนนจากแหล่งที่มาและรูปแบบ Suru หุบเขาซึ่งเป็นที่ตั้งตระหง่านอยู่โดยเทือกเขาของนุ่น Kunภูเขา ท่อระบายน้ำเทือกเขาภูเขาแม่ชีกุนของช่วง Zanskarใน Suru หุบเขาและจะเข้าร่วมโดยแคว "Shafat หนาเล่อะ" ที่ทุ่งหญ้าของGulmatango กระแสนี้มาจากShafat ธารน้ำแข็ง [3]แม่น้ำซูริไหลไปทางเหนือผ่านช่องแคบคอร์กิลซึ่งกินโดยแม่น้ำ Botkul ซึ่งกำเนิดจากธารน้ำแข็งที่มีชื่อเดียวกัน [1] Dras แม่น้ำที่เลี้ยงโดยแม่น้ำ Shingo, ร่วมกับแม่น้ำ Suru ที่ Kharul, 7 กิโลเมตร (4.3 ไมล์) ทางเหนือของเมือง Kargil แม่น้ำซูริแล้วเข้าปากีสถานแคชเมียร์ปกครอง 5 กิโลเมตร (3.1 ไมล์) ไปข้างหน้าจากจุดรวม Dras และแม่น้ำ Suru ผ่านโพสต์ 43 และโพสต์ 44 ของอินเดียและปากีสถานตามลำดับและผสานกับแม่น้ำสินธุที่ Nurla ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม ที่พัก ณ Hotel Highlands Spa and Resort หรือเทียบเท่า

วันที่-3 คาร์กิล(Kargil) – พาดุม(Padum) วันจันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2023 B L D เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 07.00 น. นำท่านเดินทางสู่ พาดุม ( Padum ) ระยะทาง 231 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหาร ระหว่างทาง 14.00 น. เดินทางถึง พาดุม( Padum) พาดุมเป็นเมืองโบราณ ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาและธรรมชาติที่สวยงามของอินเดีย ตลอดสองข้างทางของการเดินทางสู่เมืองนี้จะพบกับทิวทัศน์ที่น่าประทับใจ จากนั้น นำท่านชม หุบเขาซันสการ์(Zanskar Valley) ดินแดนติดเทือกเขาหิมาลัยทางตอนเหนือของอินเดีย นับเป็นดินแดนแห่งหนึ่งบนโลกที่เข้าถึงได้ยากที่สุด ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นที่จะเดินทางเข้าไปที่นี่ แต่ขณะนี้ถนนสายใหม่เข้าหุบเขาเสร็จแล้วเขา ซันสการ์ (Zanskar) เป็นส่วนที่อยู่แยกออกมาจากเส้นทางปกติที่วิ่งระหว่างแคชเมียร์และเลห์ โดยจุดตัดจะอยู่ที่เมืองคาร์กิล (Kargil) แปลว่าไม่ว่าจะเริ่มต้นจากเลห์หรือแคชเมียร์ก็มาที่นี่ได้เช่นเดียวกัน จากนั้น นำท่านเข้าสู่ที่พัก เพื่อปรับร่างกาย ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม ที่พัก ณ Hotel Marque หรือเทียบเท่า

วันที่-4 พาดุม(Padum) -หมู่บ้านลามายูรู (Lamayuru)-เลห์ วันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2023 B L D เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 07.00 น. ออกเดินทางสู่ หมูบ้านลามายูรู ใช้เวลาในการเดินทางประมาร 8 ชั่วโมง ระหว่างทางชมวิวแบบ 360 องศา เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารระหว่างทาง จากนั้น นำท่านชม หมู่บ้านลามายูรู (Lamayuru) แวะถ่ายรูป Moon Land อันเกิดจากกระแสคลื่นลมพัดพา การพังทลายที่ไม่สม่ำเสมอกันของหน้าดิน ที่เกิดจากการกัดกร่อนของหิมะละลาย ทำให้ภูเขาเป็นรูปร่างขรุขระ เป็นหลุมบ้าง คล้ายกับผิวของดวงจันทร์ จากนั้น ออกเดินทางสู่ เมืองเลห์ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เมืองเลห์…เมืองศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ในรูปแบบกลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวทิเบต “เลห์ เมืองหลวงของแคว้นลาดักห์” ประเทศอินเดียมีอีกชื่อคือ ทิเบตน้อย (Little Tibet) เพราะวัฒนธรรมส่วนใหญ่มาจากทิเบต เลห์เป็นเมืองเล็กๆในอ้อมกอดแห่งขุนเขาอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง12,000 ฟุต หรือรวม 3,500 เมตร ที่นี่มีส่วนผสมของวัฒนธรรมและเชื้อชาติที่หลากหลายเดินไปไหนก็เห็นแขกอินเดีย แขกขาวแบบปากีสถาน บางคนหน้าออกไปทางจีนและธิเบต ผู้คนแถบนี้ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดี ใช้ชีวิตแบบช้าๆ อยู่กับธรรมชาติ ค่ำ  รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม ที่พัก ณ Hotel The Druk / Shangri-la หรือเทียบเท่า

วันที่-5 เลห์(Leh) – ถนนที่สูงที่สูดในโลก(Khardung La Pass) - นูบร้าวัลเล่ยN – วัดดิสกิต – ขี่อูฐที่ฮุนเดอร์ วันพุธที่ 16 สิงหาคม 2023 B L D เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้น นำท่านเที่ยวชม วัดทิกเซ่ (Thiksey Gompa) เป็นวัดที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขามีภูมิทัศน์ที่สวยงาม วัดนี้ก่อตั้งเมื่อศตวรรษที่ 15 เป็นวัดในนิกายเกลุกปะ หรือ นิกายหมวกเหลือง (นิกายเดียวกับดาไลลามะองค์ปัจจุบัน) ที่วัดยังมีพระศรีอาริยเมตไตรย์ ซึ่งถือเป็นมาสเตอร์พีซฝีมือช่างศิลป์ ใช้เวลาสร้างถึง 2 ปีด้วยกัน นำท่านชม พระราชวังเชย์ (Shey Palace) เมืองเชเคยเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของลาดัก ในช่วงก่อนศตวรรษที่ 15 เป็นพระราชวังฤดูร้อนมีอายุราว 500 ปีของกษัตริย์ผู้เคยยิ่งใหญ่ในอดีต พระราชวังหลวงและพระอารามสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ และประดิษฐานพระพุทธรูปทองแดงที่สูงใหญ่ขนาดตึกสามชั้น สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal และโปรดเกล้าให้สร้างสถูป Numgyal Chorten หรือสถูปแห่งชัยชนะ (Victory Stupa) ที่ด้านบนของสถูปสร้างด้วยทองคำบริสุทธิ์ เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหาร จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ นูบร้าวัลเล่ย์ (Nubra Valley) ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง โดยวันนี้เราจะผ่านเส้นทางถนนที่สูงที่สุดในโลก Khardung La Pass ที่ระดับความสูงราว 5,600 เมตร จากระดับน้ำทะเลเป็นเส้นทางที่สวยมาก จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นเทือกเขาคาราโครัมในประเทศปากีสถานได้เลย และที่จุดสูงสุดนี้เราจะไม่ให้คณะอยู่นานนัก เพราะอากาศที่เบาบางอาจทำให้เราแพ้ความสูงและไม่สบายได้ “นูบร้าวัลเล่ย” (Nubra Valley) หรือหุบเขาแห่งดอกไม้ทางเหนือของเมืองเลย์ ชมดอกไม้นานาพันธุ์ เช่นดอกแอปเปิ้ล สวนแอปริคอต และนกนานาชนิด เส้นทางนี้เป็นเส้นลางลัดเลาะหุบเขา นำท่านแวะชม วัดเดสกิต (Deskit Monastery) ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม วัดดิสกิตเป็นวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในหุบเขานูบรา ภายในประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตขนาดใหญ่มากมองเห็นได้จากทั่วทุกซอกมุมของนูบร้าวัลเลย์ และตัววัดก็มีฉากหลังเป็นยอดเขาหิมะที่สวยงาม วัดเก่าแก่อายุมากกว่า 500 ปี นำท่านสนุกสนานกับการ ขี่อูฐ ที่ทะเลทรายบนเทือกเขาหิมาลัย (รวมอยู่ในค่าบริการประมาณ 500-1,000 รูปี กรณีไม่ขี่ ไม่มีคืนเงินให้) ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหุบเขานูบรา ที่นูบร้าวัลเล่ย์เป็นแหล่งปลูกแอปเปิ้ลและแอปปลิคอท มากมาย และมีอากาศไม่หนาวมากนักสบายๆ ในความสูงระดับประมาณสองพันกว่าเมตร ดังนั้นจึงเป็นเมืองที่สบายๆคล้ายกับบ้านเรา ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม หลังอาหารอิสระพักผ่อน ที่พัก ณ HOTEL KARMA INN, NUBRA VALLEY หรือเทียบเท่า

วันที่-6 นูบร้าวัลเล่ย์ (Nubra Valley) -ทะเลสาบพันกอง วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2023 B L D เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 08.00 น. นำท่านเดินทางสู่ “ทะเลสาบพันกอง” (Pangong Lake) ระดับความสูง 4,350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระยะทาง 222 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง โดยนั่งรถผ่านถนนเส้นที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก Chang La pass เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหาร จากนั้น นำท่านชมความงามของ ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake) ซึ่งมีความยาวถึง 40 ไมล์ และกว้าง 2-4 เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงสุดในโลกคือ มีความสูงถึง 4300 เมตร จากระดับน้ำทะเล ชมความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม ส่วนในช่วงเช้าจะมีสีที่อ่อนกว่า และพื้นที่ 75% ของทะเลสาบอยู่ในดินแดนทิเบต อีก 25% อยู่ในเขตของประเทศอินเดีย ..อิสระถ่ายรูปกับ ทะเลสาบพันกอง เป็นวิวที่เรียกว่า ได้รับความนิยมสูงสุดของเลห์.. ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม หลังอาหารอิสระพักผ่อน ที่พัก ณ Polaris Cottage หรือเทียบเท่า มีสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำในตัว

วันที่-7 ทะเลสาบพันกอง – เมืองเลห์ วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2023 B L D เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้น เดินทางกลับสู่ เมืองเลห์ โดยใช้เส้นทางเดิม ระหว่างทางให้ทางได้แวะจอดถ่ายรูปตามจุดที่มีสัตว์ป่า ตามธรรมชาติ เช่น Mamot และเราจะเจอฝูงม้า สัตว์ตามธรรมชาติ หรือเจอฝูงพาสมิน่า ที่เจ้าของนำมาเดิน หาอาหาร เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหาร จากนั้น ออกเดินทางไปยัง “วัดเฮมิส” (Hemis Gompa) เป็นวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากวัดติ๊กเชย์ เป็นวัดหลักของนิกายนิงมาปะ หรือนิกายหมวกแดงที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในแคว้นลาดัก และยังมีรูปปั้นองค์ปัทมาสมภพที่ใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ในวัดแห่งนี้ด้วย สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ Matho Gompa เป็นวัดพุทธทิเบต อยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ทางตะวันออกเฉียงใต้ 26 กม. ฝั่งแม่น้ำสินธุ สามารถมองเห็นวัดติ๊กเซ่ได้จากที่วัดแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 1410 โดยลามะ Dugpa Dorje สมควรแก่เวลาเดินทางกลับเข้าเมืองเลห์ ถึงเมืองเลห์...นำท่านเดินเล่น ช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึกที่ ถนนเมนบาร์ซาร์ จากนั้น นำท่านเดินทางไปชม พระราชวังเลห์ (Leh Palace) เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกลางเมืองเลห์ ขนาดความสูง 9 ชั้นถูกสร้างในปี ค.ศ.1630 พระราชวังนี้สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Sengge Namgyal ในศตวรรษที่ 16 เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของราชวงศ์แห่งลาดักห์ มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียง กับพระราชวังโปตาลาในลาซาเมืองทิเบต คือมีผนังเอียงเข้าหากันทุกด้าน นำชม เจดีย์สันติภาพ (Shanti Stupa) เจดีย์สันติภาพเป็นเจดีย์สีขาว ขนาดใหญ่โดยญี่ปุ่นเป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อประกาศพระศาสนา และแสดงถึงสันติภาพแห่งโลก เจดีย์นี้ตั้งอยู่บนยอดเขา จากเจดีย์สามารถมองเห็นวิวเมืองเลห์ได้ในมุมสูงได้อย่างสวยงามมาก ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม หลังอาหาร อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ที่พัก ณ Hotel The Druk / Shangri-la หรือเทียบเท่า

วันที่-8 เมืองเลห์ – เดลลี วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2023 B L D เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 08.00 น. นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินเมืองเลห์ 11.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงนิวเดลลี โดยสาบการบินโก้เฟิร์ส เที่ยวบินที่ G8 220 เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน แบบปิกนิก 13.10 น. เดินทางถึงกรุงนิวเดลลี นำท่านผ่านชม ราชปาติภาวัน ที่พำนักของประธานาธิบดี (Presidential Palace หรือ Rashtrapati Bhavan) และ ประตูเมืองอินเดีย (Indian Gate) ใช้เป็นอนุสาวรีย์ของทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เมืองเดลี 23.30 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯ โดยสายการ THAI AIRWAYS เที่ยวบินที่ TG316

วันที่-9  กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2023 - - - 05.25 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ…

จำนวนผู้เข้าชม 417 ครั้ง